පිටුවක් සාදන්න
කණ්ඩායමක් සාදන්න
ලිපි
න්යාය පත්රය
විනෝදාස්වාදය
සමාජ ජාලය
පුවත්
නොමිලේ අයිකන
ChatGPT
විකි
සම්බන්ධතා
ක්රීඩා
වෙබ් ගවේෂණය
නොමිලේ ඊමේල් / වෙබ් මේල්
විශ්ලේෂණ
වෙබ් සාප්පුව
සංවර්ධකයින් / යෙදුම්
මෙවලම්
කාර්යය
වෙබ් නාමාවලිය
කුඩා URL
නොමිලේ උප වසම
ප්රවාහන
සැඟවුණු විකිය
සබැඳි
Ip සෙවීම
මෙම වෙබ් අඩවිය අත්යවශ්ය කුකීස් භාවිතා කරයි. ඔබගේ කැමැත්ත ඇතිව, අපි සංඛ්යාලේඛන සඳහා Google Analytics කුකීස් තබමු.
පිළිගන්න
ප්රතික්ෂේප කරන්න
පැටවීම
සිංහල
පැෂ්ටෝ
Slzii.com සෙවීම
සෙවීම (පුවත්)
රට
T
නෙදර්ලන්තය
බෙල්ජියම
තායිලන්තය
නයිජීරියාව
ජර්මනිය
ස්පාඤ්ඤය
මෙක්සිකෝව
කොලොම්බියාව
වෙනිසියුලාව
ආර්ජන්ටිනාව
උරුගුවේ
චිලී
ඉක්වදෝරය
පෝටෝ රිකෝ
පේරු
කියුබාව
බොලිවියාව
කොස්ට රිකා
ඩොමිනිකානු ජනරජය
එල් සැල්වදෝරය
ගෝතමාලාව
හොන්ඩුරාස්
නිකරගුවාව
පැරගුවේ
පැනමාව
ප්රංශය
අයිවරි කෝස්ට්
මොනාකෝ
කැමරූන්
කොංගෝ ජනරජය
ගැබොන්
සෙනගල්
බෙනින්
ඊජිප්තුව
එක්සත් අරාබි එමීර් රාජ්යය
කටාර්
සවුදි අරාබිය
මොරොක්කෝව
ඉරාකය
ටියුනීසියාව
සුඩානය
යේමනය
බහරේනය
ඉරානය
බ්රසීලය
පෘතුගාලය
අයිස්ලන්තය
නෝර්වේ
චීනය
තායිවානය
හොංකොං
මැකාවු
ඊශ්රායෙල්
නේපාලය
චෙක් ජනරජය
පෝලන්තය
ඉතාලිය
බංග්ලාදේශය
වියට්නාමය
කළුකුමා
මැලේසියාව
බෲනායි
දකුණු කොරියාව
උතුරු කොරියාව
ඉන්දුනීසියාව
ජපානය
ඉන්දියාව
රුසියාව
පිලිපීනය
යුක්රේනය
ස්විට්සර්ලන්තය
ෆින්ලන්තය
ලක්සම්බර්ග්
අයර්ලන්තය
එස්තෝනියාව
රුමේනියාව
බල්ගේරියාව
එක්සත් ජනපදය
කෙන්යාව
සයිප්රසය
ග්රීසිය
ලිච්ටෙන්ස්ටයින්
උගන්ඩාව
ස්වීඩනය
මහා බ්රිතාන්යය
නයිජර්
පකිස්ථානය
මොංගෝලියාව
පලස්තීනය
ආර්මේනියාව
ඔස්ට්රියාව
ඕස්ට්රේලියාව
කැනඩාව
ඩෙන්මාර්කය
ඇල්ජීරියාව
ඝානාව
ක්රොඒෂියාව
හංගේරියාව
කාම්බෝජය
ශ්රී ලංකාව
ලිතුවේනියාව
ලැට්වියාව
මෝල්ටා
නවසීලන්තය
සීෂෙල්ස්
සිංගප්පූරුව
ස්ලෝවැකියාව
දකුණු අප්රිකාව
ඇන්ඩෝරා
සැම්බියාව
මොරිෂස්
ටැන්සානියාව
යාමට
අසර්බයිජානය
මෝල්ඩෝවා
ස්ලෝවේනියාව
බෙලීස්
කසකස්තානය
කිර්ගිස්තානය
සර්බියාව
උස්බෙකිස්තානය
බෙලාරුස්
ගිනියාව
ජෝර්ජියාව
බොස්නියාව සහ හර්සගොවිනාව
ජෝර්දානය
කුවේට්
කොසෝවෝ
ඇල්බේනියාව
මොසැම්බික්
ඇෆ්ගනිස්ථානය
ටජිකිස්තානය
මොන්ටිනිග්රෝ
ලිබියාව
කොංගෝ-කින්ෂාසා
ලෙබනනය
සිම්බාබ්වේ
සිරියාව
මාලි
භූතානය
සමක ගිනියාව
රුවන්ඩාව
මලාවි
මියන්මාරය
බොට්ස්වානා
උතුරු මැසිඩෝනියාව
බුරුන්ඩි
ජැමෙයිකාව
ඉතියෝපියාව
නව කැලිඩෝනියාව
සියාරා ලියොන්
නැමීබියාව
ලාඕසය
ටිමෝරය-ලෙස්ටේ
මාලදිවයින
හයිටි
බුර්කිනා ෆාසෝ
ඕමානය
බහමාස්
සෝමාලියාව
බාබඩෝස්
ග්රෙනඩා
පැපුවා නිව්ගීනියාව
ජර්සි
ෆීජි
සැන් මරිනෝ
ප්රංශ පොලිනීසියාව
ට්රිනිඩෑඩ් සහ ටොබැගෝ
සුරිනාමය
ලෙසෝතෝ
එරිත්රියාව
ශාන්ත ලුසියා
කේමන් දූපත්
ඇන්ගෝලාව
ගැම්බියාව
මැඩගස්කරය
ලයිබීරියාව
මොරිටේනියාව
ගයනාව
වනුවාටු
චැඩ්
ටොංගා
බර්මියුඩා
ටර්ක්මෙනිස්තානය
සැමෝවා
ජිබුටි
කොමරෝස්
වතිකානු නගරය
පලාවු
ඩොමිනිකා
කේප් වර්ඩ්
මධ්යම අප්රිකානු ජනරජය
සින්ට් මාර්ටන්
Sao Tome සහ Principe
එක්සත් ජනපද වර්ජින් දූපත්
කුක් දූපත්
BBC วิเคราะห์ UK พร้อมแค่ไหน หากเผชิญภาวะสงคราม ?
thai politics top
สํานักข่าว BBC เผยแพร่บทวิเคราะห์ "War may be coming. Are we psychologically ready?" โดยตั้งคําถามถึงความพร้อมของประเทศและประชาชน หากสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับภาวะสงคราม บทวิเคราะห์ดังกล่าวระบุว่า หากสหราชอาณาจักรต้องเข้าสู่ภาวะสงครามอย่างกะทันหัน ประชาชนจะรู้หรือไม่ว่าควรทําอะไร? และรู้หรือไม่ว่ารัฐคาดหวังให้ทําอะไร? รัฐบาลเริ่มส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจําวัน ไม่ว่าจะเป็นการแนะนําให้สะสมอาหารกระป๋องและน้ําดื่มสํารอง การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางสังคม ไปจนถึงการวางแผนรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะสงคราม พร้อมเริ่มปัดฝุ่น "War Book" หรือแผนยุทธศาสตร์รับมือภาวะฉุกเฉินระดับชาติที่ไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขมานานหลายทศวรรษ ด้านริชาร์ด ไนท์ตัน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอังกฤษ ก็ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยเช่นกัน โดยระบุว่าภัยคุกคามจากรัสเซียในปัจจุบัน ทําให้สหราชอาณาจักรกําลังตกอยู่ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด ในรอบ 35 ปีของชีวิตการรับราชการทหารของเขา บทวิเคราะห์นี้ยังตั้งคําถามว่า ภัยคุกคามที่ว่านั้นคืออะไร? ในปี 1940 ภัยจากการที่เยอรมนีจะบุกโจมตีสหราชอาณาจักร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงและน่าหวั่นเกรง แต่ในยุคปัจจุบัน โอกาสที่รถถังของรัสเซียจะแล่นเข้าสู่ถนนไวท์ฮอลล์ในกรุงลอนดอนนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ มาร์กาเร็ต แมคมิลแลน นักประวัติศาสตร์และผู้เขียนหนังสือ War: How Conflict Shaped Us ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่น่ากังวลในยุคนี้ไม่ใช่รถถัง แต่คือการทําลายสายเคเบิลสื่อสารใต้ท้องทะเล การเจาะระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ความเป็นไปได้ของสงครามแบบไร้แบบแผนและสงครามไซเบอร์ที่กําลังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด สิ่งนี้นําไปสู่คําถามว่า สังคมอังกฤษพร้อมแล้วหรือยัง หลังจากที่ไม่มีสงครามเกิดขึ้นบนแผ่นดินมานานถึง 80 ปี สังคมมีความพร้อมทางจิตใจมากน้อยแค่ไหน? พร้อมที่จะอนุมัติงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และยอมรับการเสียสละในด้านอื่นๆ ที่อาจตามมาหรือไม่? หรือภัยคุกคามเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวเกินกว่าจะเชื่อว่าเป็นความจริง? มรดกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 แมคมิลแลน สะท้อนมุมมองว่า ผู้คนในยุคปัจจุบันคุ้นชินกับความคิดที่ว่า สันติภาพคือสภาวะปกติของโลกที่จะคงอยู่ตลอดไป สังคมส่วนใหญ่จึงยังไม่มีความพร้อมทางจิตวิทยาสําหรับสงคราม แม้จะเริ่มตระหนักมากขึ้นว่าสงครามกําลังขยับเข้ามาใกล้ตัวมากกว่าที่คิดก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันถูกเปรียบเทียบกับฤดูร้อนในยุค Edwardian ก่อนปี 1914 ที่คลิปภาพยนตร์หอจดหมายเหตุเผยให้เห็นชาวอังกฤษกําลังเพลิดเพลินกับการชมการแข่งขันม้าและคริกเก็ต ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจากความสูญเสียและโศกนาฏกรรมของสงครามโลกครั้งที่ 1 พล.อ.ริชาร์ด เชอร์ริฟฟ์ อดีตรองผู้บัญชาการสูงสุดกองกําลังผสมยุโรปของนาโต้ ระบุว่า สังคมในขณะนี้ตกอยู่ในสภาวะคล้ายยุคก่อนปี 1914 ที่แม้จะมีการพูดถึงเรื่องสงครามอยู่ตลอดเวลา แต่ความคิดที่จะต้องเข้าสู่สงครามจริง ๆ กลับถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวจนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ในอดีต ยุโรปไม่ได้มีท่าทีต่อต้านสงคราม โดยในปี 1914 ศูนย์รับสมัครทหารเต็มไปด้วยอาสาสมัครที่กระตือรือร้นจะรับใช้ชาติ เนื่องจากคนรุ่นนั้นเติบโตมากับเรื่องเล่าการสร้างจักรวรรดิอันกล้าหาญ ซึ่งมองว่าสงครามเป็นภาพของการบุกโจมตีด้วยทหาร นําไปสู่ชัยชนะอย่างรวดเร็วและทุกคนจะได้กลับบ้าน แต่ทว่าประสบการณ์จากสิ่งที่ถูกเรียกว่า Great War หรือมหาสงคราม ได้ฝังรากลึกอยู่ในจิตสํานึกของผู้คนและยังคงอยู่ในความทรงจําร่วมของสังคมมาจนถึงทุกวันนี้ ชายชาวอังกฤษที่เข้าร่วมรบ 1 ใน 8 คนต้องจบชีวิตในสนามรบที่แฟลนเดอร์ส ฝรั่งเศส เมโสโปเตเมีย และกัลลิโพลี ส่วนผู้ที่รอดชีวิตได้จารึกความโศกเศร้าไว้บนแผ่นดิน ผ่านการสร้างอนุสรณ์สถานสงครามนับพันแห่ง ความเจ็บปวดจากเหตุการณ์นี้ได้แผ่ขยายไปทุกชุมชนทั่วประเทศ และความสูญเสียครั้งนั้นได้เปลี่ยนมุมมองที่ยุโรปมีต่อสงครามไปอย่างสิ้นเชิง วิกฤตแห่งความไม่เชื่อ แอนดรูว์ มิชตา ศาตราจารย์ด้านยุทธศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยฟลอริดา วิเคราะห์ว่า ชาวยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มผู้นําในยุโรปตะวันตก ต่างตกอยู่ในภาวะ "วิกฤตแห่งความไม่เชื่อ" (Crisis of Disbelief) มานานหลายทศวรรษ ขณะที่สหราชอาณาจักรก็เป็นเช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรป ที่มีความพร้อมทางจิตใจในระดับต่ํามาก อีกทั้งผู้มีอํานาจยังไม่ได้เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับภัยคุกคามที่กําลังคืบคลานเข้ามาอย่างตรงไปตรงมา ศาตราจารย์ด้านยุทธศาสตร์ศึกษา กล่าวอีกว่า การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในทศวรรษ 1990 ทําให้หลายประเทศในยุโรปปรับลดงบประมาณกลาโหมและปลดกําลังทหารครั้งใหญ่ เพราะเชื่อว่าภัยคุกคามจากรัสเซียได้หมดไปแล้ว พร้อมยกตัวอย่างกรณีเยอรมนีพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียผ่านท่อ Nord Stream โดยเขามองว่าเป็นความเชื่อที่ผิดพลาดที่เบอร์ลินจะสามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์กับมอสโกได้ ด้วยวิธีการทางการเมืองและเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน พล.อ.ริชาร์ด เชอร์ริฟฟ์ ให้ความเห็นว่า การที่รัสเซียรุกรานยูเครนครั้งแรกในปี 2014 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสําคัญ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รัสเซียเผยตัวตนว่าเป็นภัยคุกคามอันตรายต่อความมั่นคงของชาติตะวันตก โดยรัสเซียมีความเชื่อว่าตนเองตกอยู่ในภาวะสงครามกับนาโต้มาตั้งแต่ปี 2014 แม้จะไม่ใช่สงครามรูปแบบปกติ แต่เป็นสงครามที่มุ่งบั่นทอนเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศเป้าหมายและพันธมิตร พร้อมเตือนว่าไม่ควรมองข้ามรัสเซีย เพราะมีความเป็นไปได้ที่รัสเซียอาจพยายามสร้างความระส่ําระสายให้กับนาโต้ด้วยวิธีการต่างๆ บทวิเคราะห์ของ BBC ยังระบุถึงการเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณกลาโหม ที่มาจากความเชื่อว่าการเตรียมพร้อมสําหรับการรบคือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันสงคราม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นพ้อง จิม ออร์ฟอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาคลินิกและชุมชน มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม มองว่า ความเชื่อเรื่องการถูกคุกคามเป็นการคิดแบบกรอบง่ายๆ เพื่อให้สามารถจินตนาการถึงการทําสงครามได้ โดยสังคมต้องสร้างภาพของฮีโร่และศัตรูขึ้นมา ซึ่งได้ออร์ฟอร์ดแบ่งขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน โดยขั้นแรกเป็นการเตรียมความพร้อมทางจิตวิทยา ขั้นตอนที่สองคือการพิจารณาไตร่ตรองเรื่องสงคราม และขั้นตอนที่สามคือการเข้าสู่ภาวะสงครามจริงๆ ซึ่งในปัจจุบันสังคมตะวันตกได้ก้าวเข้าสู่ช่วงการตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงคราม เรียบร้อยแล้ว การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม "วิกฤตความไม่เชื่อ" ไม่ได้เกิดขึ้นในระดับเดียวกันทั่วทั้งยุโรป ยิ่งขยับไปทางตะวันออกและเข้าใกล้พรมแดนรัสเซียมากเท่าไร ประชาชนในประเทศเหล่านั้นก็ยิ่งตื่นตัวต่อภัยคุกคามและมีความพร้อมทางจิตใจมากยิ่งขึ้น "สวีเดน" ยึดนโยบายเป็นกลางทางทหารและไม่เคยเผชิญสงครามมานานกว่า 200 ปี แต่หลังจากรัสเซียรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022 สวีเดนได้ละทิ้งนโยบายดังกล่าว และกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความพร้อมทางจิตใจมากที่สุดในยุโรป โดย อุลฟ์ คริสเตอช็อน นายกรัฐมนตรีสวีเดน ระบุว่า รัสเซียเป็นภัยคุกคามที่เห็นได้ชัด แม้ไม่รู้ว่าสงครามจะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่บทสรุปของสงครามจะเป็นตัวกําหนดสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคไปอีกอย่างน้อยหนึ่งชั่วอายุคน ขณะที่นักวิเคราะห์จากสถาบันการศึกษายุโรปตะวันออกแห่งสตอกโฮล์ม เปิดเผยว่า ในสวีเดนมีการเปิดรับการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างมาก เรื่องชายแดนและความมั่นคงถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน นอกจากนี้ประเทศในกลุ่มบอลติก ได้แก่ ลิทัวเนีย เอสโตเนีย และลัตเวีย ซึ่งเคยอยู่ใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต ก็มีความตื่นตัวสูงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปต่างหันมอง "ฟินแลนด์" ในการเตรียมความพร้อมทางจิตวิทยาและความเข้มแข็งของภาคพลเมือง โดยแนวทางด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงของฟินแลนด์ มีรากฐานมาจากประสบการณ์สงครามในอดีตเช่นกัน โดยฟินแลนด์ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต พร้อมกับสวีเดน หลังรัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022 ฟินแลนด์มีระบบเกณฑ์ทหารสําหรับผู้ชายทุกคน และมีผู้หญิงบางส่วนสมัครใจเข้ารับราชการทหารด้วย เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ พวกเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกองกําลังสํารองของประเทศ ซึ่งระบบนี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างกองทัพกับภาคประชาชนได้ โดย พล.อ. อาร์โต ราตี อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์ อธิบายว่า การเกณฑ์ทหารที่มีประสิทธิภาพ จะผูกโยงทุกครอบครัวในสังคมเข้ากับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ส่งผลให้สถาบันทหารและตํารวจกลายเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดในฟินแลนด์ นอกจากนี้ ฟินแลนด์ยังจัดหลักสูตรการบริหารจัดการวิกฤตระดับชาติเป็นประจําทุกปีให้แก่กลุ่มผู้นําในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกรัฐสภา รัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานด้านสาธารณสุข ไปจนถึงองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และองค์กรทางศาสนา เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าใจหน้าที่ของตนเองเมื่อเกิดวิกฤต ส่งผลให้ฟินแลนด์ซึ่งมีประชากรเพียง 5.5 ล้านคน มีกองทัพประจําการ 23,000 นาย (เทียบกับอังกฤษที่มีประชากร 66 ล้านคน แต่มีทหารประจําการ 70,000 นาย) สามารถระดมกองกําลังสํารองได้มากถึง 280,000 นายในเวลาอันสั้น จากกองกําลังสํารองทั้งหมดเกือบ 1 ล้านนาย โดยในปี 2025 ฟินแลนด์ใช้จ่ายงบประมาณด้านกลาโหมคิดเป็นร้อยละ 2.5 ของ GDP ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขร้อยละ 2.3 ของสหราชอาณาจักรในปีเดียวกัน คําถามสําคัญทิ้งท้ายคือ สหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ ในยุโรป ควรจะลงทุนเพื่อเดินตามโมเดลของฟินแลนด์หรือไม่ ในเมื่อโอกาสที่จะเกิดสงครามรูปแบบปกติกับรัสเซียยังดูเป็นเรื่องไกลตัว? ประเด็นนี้ พล.อ.ริชาร์ด เชอร์ริฟฟ์ ยืนยันว่า กองทัพขนาด 70,000 นายไม่เพียงพอต่อการรับมือกับรูปแบบสงครามที่อาจต้องเผชิญ ดังนั้นอังกฤษจึงไม่อาจสร้างศักยภาพทางการทหารที่จําเป็นได้ หากไม่มีการปรับใช้ระบบเรียกพลหรือเกณฑ์ทหาร โดยเสนอว่าอังกฤษควรพิจารณารูปแบบการเกณฑ์ทหารของนอร์เวย์ ที่ลงทะเบียนเยาวชนทุกคนเพื่อเข้ารับการฝึกทหาร 1 ปี นอกจากจะเป็นการสร้างกองกําลังสํารองแล้ว ประวัติการรับราชการทหารยังกลายเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นในการสมัครงานในภาคเอกชนอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของชาวอังกฤษที่มีต่อเรื่องสงครามได้ เชอร์ริฟฟ์ ย้ําทิ้งท้ายว่า ผู้นําทางการเมืองจะต้องมีความกล้าหาญและสื่อสารความจริงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่า การดําเนินการเหล่านี้เป็นสิ่งจําเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศในอนาคต อ้างอิงบทความจาก BBC เขียนโดย Allan Little อ่านข่าว สหรัฐฯ บรรลุดีลเดนมาร์ก เพิ่มกําลังทหารใน "กรีนแลนด์" "ทรัมป์" สั่งห้าม 3 สื่อใหญ่เข้าทําเนียบขาว อ้างรายงานข่าวปลอม แหล่งข่าวชี้ "จีน" กดดันอิหร่านปราบ "ฮูตี" รุกคืบเยเมน-โจมตีซาอุฯ
2026-09-19 12:48:07
ඔයා කරන්නේ කුමක් ද?
සබැඳි
ක්රීඩා
වෙබ් ගවේෂණය
විශ්ලේෂණ
නොමිලේ ඊමේල් / වෙබ් මේල්
වෙබ් සාප්පුව
නොමිලේ උප වසම
කුඩා URL
ChatGPT
මෙවලම්
වෙබ් නාමාවලිය
Ip සෙවීම
විකි
ප්රවාහන
සැඟවුණු විකිය
වෙනත් ව්යාපෘති
සංවර්ධකයින් / යෙදුම්
ප්රචාරණය කරන්න
කාර්යය
ලිපි
න්යාය පත්රය
සම්බන්ධතා
අන්තර්ගත කළමනාකරණ පද්ධතිය
නොමිලේ අයිකන
පරිශීලක වර්ග
පුවත්
විනෝදාස්වාදය
සමාජ ජාලය
0.028354167938232
පුවත්
Thai Pbs News
නවතම පුවත් සහ සිරස්තල
สํานักข่าว BBC เผยแพร่บทวิเคราะห์ War may be coming. Are we psychologically ready? โดยตั้งคําถามถึงความพร้อมของประเทศและประชาชน หากสหราชอา...
පුවත්