Loading
x
This website uses essential cookies. With your consent, we place Google Analytics cookies for statistics.

Cookie Policy for Slzii.com

This is the Cookie Policy for Slzii.com, accessible from slzii.com

What Are Cookies

As is common practice with almost all professional websites this site uses cookies, which are tiny files that are downloaded to your computer, to improve your experience. This page describes what information they gather, how we use it and why we sometimes need to store these cookies. We will also share how you can prevent these cookies from being stored however this may downgrade or 'break' certain elements of the sites functionality.

How We Use Cookies

We use cookies for a variety of reasons detailed below. Unfortunately in most cases there are no industry standard options for disabling cookies without completely disabling the functionality and features they add to this site. It is recommended that you leave on all cookies if you are not sure whether you need them or not in case they are used to provide a service that you use.

Disabling Cookies

You can prevent the setting of cookies by adjusting the settings on your browser (see your browser Help for how to do this). Be aware that disabling cookies will affect the functionality of this and many other websites that you visit. Disabling cookies will usually result in also disabling certain functionality and features of the this site. Therefore it is recommended that you do not disable cookies. This Cookies Policy was created with the help of the Cookies Policy Generator.

The Cookies We Set

  • Account related cookies

    If you create an account with us then we will use cookies for the management of the signup process and general administration. These cookies will usually be deleted when you log out however in some cases they may remain afterwards to remember your site preferences when logged out.

  • Login related cookies

    We use cookies when you are logged in so that we can remember this fact. This prevents you from having to log in every single time you visit a new page. These cookies are typically removed or cleared when you log out to ensure that you can only access restricted features and areas when logged in.

  • Site preferences cookies

    In order to provide you with a great experience on this site we provide the functionality to set your preferences for how this site runs when you use it. In order to remember your preferences we need to set cookies so that this information can be called whenever you interact with a page is affected by your preferences.

Third Party Cookies

In some special cases we also use cookies provided by trusted third parties. The following section details which third party cookies you might encounter through this site.

  • This site uses Google Analytics which is one of the most widespread and trusted analytics solution on the web for helping us to understand how you use the site and ways that we can improve your experience. These cookies may track things such as how long you spend on the site and the pages that you visit so we can continue to produce engaging content.

    For more information on Google Analytics cookies, see the official Google Analytics page.

  • Third party analytics are used to track and measure usage of this site so that we can continue to produce engaging content. These cookies may track things such as how long you spend on the site or pages you visit which helps us to understand how we can improve the site for you.

  • From time to time we test new features and make subtle changes to the way that the site is delivered. When we are still testing new features these cookies may be used to ensure that you receive a consistent experience whilst on the site whilst ensuring we understand which optimisations our users appreciate the most.

  • We also use social media buttons and/or plugins on this site that allow you to connect with your social network in various ways. For these to work the following social media sites including; {List the social networks whose features you have integrated with your site?:12}, will set cookies through our site which may be used to enhance your profile on their site or contribute to the data they hold for various purposes outlined in their respective privacy policies.

More Information

Hopefully that has clarified things for you and as was previously mentioned if there is something that you aren't sure whether you need or not it's usually safer to leave cookies enabled in case it does interact with one of the features you use on our site.

For more general information on cookies, please read the Cookies Policy article.

However if you are still looking for more information then you can contact us through one of our preferred contact methods:

  • By visiting this link: https://www.slzii.com/contact

Search (News)

ทองคํา "แรงตก" ขัดแย้ง "ภูมิรัฐศาสตร์" ความชินชาของนักลงทุน
81,950 บาททองคํา คือ ราคาทองที่ดีดสูงสุดในปี2569 ก่อนที่ราคาจะผันผวนปรับขึ้นลง ยิ่งกว่ารถไฟตีลังกาเหาะ เมื่อราคาต่ําสุดอยู่ที่ 64,550 บาททองคํา และราคาปรับขึ้นสูงสุดอีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอล-อิหร่านโดยมีสหรัฐฯร่วมวงโจมตีด้วย ระยะแรกได้สร้างความตื่นตระหนกให้นักลงทุนอีกระลอก ที่ทั้งแห่เข้าซื้อและขายทองคําหวังเก็งกําไร เต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่วัน ทองคํากลับแรงตกเอาเสียดื้อๆ จนสมาคมค้าทองคําถึงชั้นประกาศหยุดซื้อขายทองคําแท่งชั่วคราวในช่วงผลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติและเกิดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตลาดทองคําทั่วโลกปิดทําการ ทําให้ไม่มีราคาอ้างอิงที่แน่นอน และราคาทองคําอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 150-200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และอาจได้เห็นราคาทองคําในประเทศแตะระดับ 80,000 บาท หากสถานการณ์รุนแรงยืดเยื้อราคาทองที่ปรับขึ้นสูงสุด ตอบรับความขัดแย้งของภูมิรัฐศาสตร์ กลับไม่ได้ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ตลาดเทขายทํากําไรและราคาไม่ได้ดีดขึ้นอย่างที่นักลงทุนคาดหวัง เกิดคําถามจากนักลงทุนว่า หรือสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยุติ ตลาดหันไปลงทุนในสอนทรัพย์อื่นแทนทองคํา ย้อนเวลาทอง ก่อน"สงครามอิหร่าน-อิสราเอล"ระอุศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อํานวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด วิเคราะห์ ไทม์ไลน์ ปี2567 เริ่มวันที่ 1 เม.ย.67 อิสราเอลโจมตีสถานทูตอิหร่านในซีเรีย อิหร่านยังไม่ตอบโต้กลับทันที หลังจากนั้นวันที่ 13 เม.ย.67 อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโดรนและขีปนาวุธใส่อิสราเอลโดยตรงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในช่วงระยะเวลาที่มีความขัดแย้งกันระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลนําไปสู่สงคราม ทําให้ราคาทองปรับขึ้นต่อเนื่องราว 200 ดอลลาร์ ในที่สุดสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้มีแรงเทขายทองคําอย่างหนัก ราคาทองคําปรับตัวลงแรงถึง 100 ดอลลาร์ภายใน 1 วัน สงครามอิหร่าน-อิสราเอล 12 วัน (วันที่ 13-24 มิ.ย.2568) สงครามเริ่มขึ้นในเช้าวันที่ 13 มิ.ย.67อย่างเป็นทางการ หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน และ อิหร่านโจมตีตอบโต้อิสราเอลกลับทันที หลังจากนั้นมีการโจมตีสู้รบระหว่างทั้ง 2 ประเทศยืดเยื้อราวกว่า 1 สัปดาห์ ในขณะที่ตลาดรอดูท่าทีของสหรัฐว่าจะเข้ามาร่วมในความขัดแย้งในครั้งนี้หรือไม่ จนวันที่ 22 มิ.ย.68 สหรัฐฯโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง วันที่ 24 มิ.ย. ทรัมป์ประกาศอิหร่าน-อิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิง สงครามได้สิ้นสุดลง ทําให้มีแรงเทขายทองคําอย่างหนัก สงครามอิหร่าน-อิสราเอล 12 วันทําให้ราคาทองปรับขึ้นราว 150 ดอลลาร์ แต่ที่น่าสังเกตราคาทองปรับขึ้นเพียงระยะสั้น 2-3 วัน หลังจากนั้นเริ่มมีแรงเทขายทํากําไรและลดลงกลับมาที่ราคาทองจุดเดิมก่อนสงคราม สงครามสหรัฐฯ อิสราเอล-อิหร่านปี 2569ปี2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่อิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ โรงกลั่นน้ํามันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ํามันทางทะเลราว 1 ใน 5 ของการใช้น้ํามันทั่วโลก โดย สหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านจะใช้เวลาเพียง 4–5 สัปดาห์เท่านั้น และจะไม่กลายเป็น “สงครามยืดเยื้อไม่รู้จบ” แบบที่เคยเกิดขึ้นในอัฟกานิสถานหรืออิรัก ราคาทองคําปรับขึ้นแรงราว 140 ดอลลาร์ ในการซื้อขายวันแรกหลังเกิดสงคราม แต่วันถัดมาราคาทองลงแรง 4% เงินดอลลาร์แข็ง-นักลงทุนเทขายทอง ฉุดทองร่วงอย่างไรก็ตาม เกิดคําถาม ว่า ทําไม ? ทองคําถูกเทขายทั้งที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ผู้อํานวยการฝ่ายวิเคราะห์ วิเคราะห์สาเหตุไว้ 2 ปัจจัย คือ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทําจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่เกิดสงครามราคาน้ํามันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 18% สิ่งที่ตามมาคือเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น และอาจจะทําให้เฟดชะลอการลดดอกเบี้ยหรืออาจไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ล่าสุดตลาดมีมุมมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยปีนี้เพียง 1 ครั้ง จากเดิม 2 ครั้งก่อนเกิดสงคราม ดังนั้นต้องติดตามการประชุมเฟดในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ คาดว่าตรึงอัตราดอกเบี้ยที่เดิม แต่ต้องติดตามคําแถลงการณ์หลังการประชุมว่าเฟดมีมุมมองต่อเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยเปลี่ยนไปหรือไม่ หลังเกิดสงคราม ซึ่งประธานเฟด สาขามินนิอาโปลิส เผยว่าในปีนี้คาดว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ชะลอลงจะเปิดทางให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง แต่ขณะนี้จําเป็นต้องรอดูแรงกระแทกใหม่จากสงครามที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจะยาวนานแค่ไหน และมีขนาดใหญ่เพียงใดปัจจัยที่ 2 คือ นักลงทุนสถาบันและเทรดเดอร์ในต่างประเทศเทขายทองคําเพื่อถือเงินสด ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ทองคําให้ผลตอบแทนโดดเด่นสูงสุดอันดับ 4 รองจากตลาดหุ้นไต้หวัน (+48%) โลหะเงิน (+31%) น้ํามันดิบเบรนท์ (+27%) ทองคํา (+22%) ทําให้มีแรงเทขายทองคําออกมาเพื่อถือเงินสดหรือนําเงินสดไปชําระ Margin call หรือชดเชยผลขาดทุนจากการลงทุนในตลาดหุ้นราคาทองคําปรับขึ้นแรงในช่วงแรกของการเกิดสงคราม หลังจากนั้นเริ่มมีแรงเทขายออกมาและส่วนใหญ่จะปรับตัวลงกลับมาที่จุดเดิมก่อนเกิดสงคราม สงครามในรอบนี้คาดว่าจะไม่ได้ปรับตัวขึ้นตอบรับทางบวกมากนัก แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปว่าจะทําให้เกิด Stagflation หรือไม่ ตลาดทองโลกกังวล “ภาษีทรัมป์”ปะทุอีกรอบในขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การค้าโลกอาจกลับมาผันผวนอีกครั้ง หลังศาลสรัฐฯมีคําสั่งยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ โดยวินิจฉัยว่าใช้อํานาจเกินขอบเขตตามกฎหมาย IEEPA อาจส่งผลให้ภาษีทรัมป์ ที่กําลังจะปะทุอีกระลอกอย่างไรก็ตามหลังคําตัดสินของศาลทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนําเข้าทั่วโลก 10% และขู่ปรับขึ้นเป็น 15% โดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อํานาจประธานาธิบดีกําหนดภาษีชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาขาดดุลการค้าได้ไม่เกิน 15% เป็นเวลา 150 วัน หากต้องการขยายต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส แม้ในทางปฏิบัติสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนําเข้าทั่วโลกที่ 10% มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ก.พ. แต่ล่าสุดรมว.คลังสหรัฐฯ เผยว่าสหรัฐฯ มีแผนปรับขึ้นอัตราภาษีนําเข้าทั่วโลก จากเดิม 10% เป็น 15% คาดเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์นี้ไทย 1 ใน 9ประเทศ ได้ประโยชน์จาก มาตรการ 122การที่สหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรา 122 ทําให้เกิดคําถามต่อข้อตกลงการค้าที่เคยเจรจาไว้ก่อนหน้า โดย 9 ประเทศที่ได้ประโยชน์จากอัตราภาษีลดลง ได้แก่ จีน บราซิล อินเดีย เวียดนาม ไทย ไต้หวัน มาเลเซีย เม็กซิโก และแคนาดา อาจต้องกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาใหม่ มองว่าคําตัดสินศาลสูงครั้งนี้อาจเพิ่มอํานาจต่อรองให้ประเทศคู่ค้า นอกจากนี้เองสหรัฐฯ อาจใช้กฎหมายที่ใช้ได้ยาวนานมาแทนที่มาตรา 122 ที่เป็นมาตรการชั่วคราว 150 วัน ซึ่งอาจเลือกใช้มาตรา 201 ว่าด้วยการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ มาตรา 232 ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และมาตรา 301 ว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ความแน่นอนจากเรื่องภาษีทรัมป์ นําไปสู่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทําให้คาดว่าราคาทองคํามีแนวโน้มจะกลับมาปรับขึ้นได้ในระยะอนาคตทั้งนี้นักลงทุนควรเข้าซื้อสะสมที่ราคาทองโลก 5,000 ดอลลาร์หรือต่ํากว่า ราคาทองไทย 75,700 บาทหรือต่ํากว่า แต่ทั้งนี้ควรเน้นใช้เงินลงทุนที่เป็นเก็บมากกว่าเงินหมุนเวียน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในตลาดลงทุน สําหรับราคาทอง ช่วงบ่าย ผันผวน 27 ครั้ง ลบ 550 บาท ส่งผลให้ราคาทองคําแท่งขายออกบาทละ 77,400 บาท และราคาทองคําแท่งรับซื้อบาทละ 77,200 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 78,200บาท และราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 75,663.56 บาท ราคาทองคําตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 5,091 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 32.13 บาทต่อดอลลาร์ อ่านข่าว:“ทองคํา”จะไปต่อหรือพอแค่นี้ สหรัฐฯ เดินเกม “ล้อมจีน”“ทองคํา” แค่ปรับฐาน YLG มั่นใจปีนี้ ทะลุ 5,596 ดอลลาร์/ออนซ์ ตลาดทุนโลกสะเทือน วิกฤตตะวันออกกลาง ดัน "ราคา" น้ํามัน-ทองคําพุ่ง
2026-03-09 10:48:18

0.034136056900024


News
News

Latest News and Headlines
81,950 บาททองคํา คือ ราคาทองที่ดีดสูงสุดในปี2569 ก่อนที่ราคาจะผันผวนปรับขึ้นลง ยิ่งกว่ารถไฟตีลังกาเหาะ เมื่อราคาต่ําสุดอยู่ที่ 64,550 บาททอง...
News